บางปู ดูนก ตกดิน

posted on 25 Oct 2009 21:57 by cha-i-ro  in B-trip

 

 

วันนี้ครอบครัวมีธุระแถวบางปูครับ หลังจากเสร็จธุระพ่อเลยพามาแวะสถานตากอากาศบางปูสักหน่อย

โชคดีที่พอมีนกนางนวลบ้าง นกนางนวลพวกนี้จะอพยพจากทิเบตและมองโกเลียมาอยู่ในไทยช่วงฤดูหนาว

(คือที่นู้นหนาว พี่ไทยยังร้อนอยู่ = = )  การเดินทางมาที่นั้นลองเข้าตามเวบนี้ได้เลยครับ

http://www.rta.mi.th/armytourism/tourism/bangpoo/map/map2.html

 

 หนีหนาวมาพึ่งร้อน

 

 

 

 

ที่นี้จะมีอาหารนกขายครับ รู้สึกจะเป็นมันหมู หรือไรสักอย่าง กระทงละ 10 บาท(มันเยิ้มมาก - -)

 

 

 

 

หลังจากดื่มด่ำกับนกนางนวลเสร็จ ก็มาแวะทานข้าวที่ร้านระเบียงทะเลครับ

ร้านจะอยู่ในซอยเทศบาลบางปู 72 ร้านจะติดริ่มทะเลอ่าวไทยเลยครับ

 

 

 

 

วันนี้คุณยิ้มแล้วหรือยัง ?  ^ ^

 

 

ปลาหมึกนึ่งมะนาว

 

ปลา(ไรสักอย่างลืมแล้วครับ)สามรส

 

ยำผักหวานทอดกรอบ 

 

โถปัสสาวะที่นี้แปลกดีครับ เป็นกระป๋องน้ำ ตอนแรกไม่กล้าใช้เลย แต่ไหนๆก็ลองดูวะ 555

อ่างล้างมือก็เก๋ดีนะครับ เอากระทะมาใช้

 

 ร้านนี้ผมว่าบรรยากาศดี การตกแต่งใช้ได้เลยครับ รสชาติก็โอเค ติดอย่างเดียวราคาสูงไปสักนิด

สงสัยเค้าคงคิดรวมกับค่าบรรยากาศแล้วมั้งครับ  - -

 

และแล้วก็ถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า 

 

นั้นมันไข่ดาวรึป่าวนะ

 

 

ลงเสร็จยังแอบโผล่มาข้างเมฆอีกแหนะ

 

 

 entry นี้ขอเน้นภาพไม่เน้นบรรยายละกันนะครับ แหะๆ   

 

ขอบคุณที่เข้ามาชมคร้าบบบ

 

edit @ 25 Oct 2009 23:24:39 by dragonboy

มอญซ่อนผ้า 2

posted on 23 Oct 2009 22:41 by cha-i-ro  in B-trip

 

 ต่อจาก entry ที่แล้วนะครับ http://cha-i-ro.exteen.com/20091023/entry

 

 ทุกๆเช้าชาวมอญจะตื่นมาใส่บาตรกันประมาณ 6.30 น. เลยต้องนั่งรถไปตักบาตรบริเวณสะพาน

 

 ตื่นแต่เช้าแต่พ่อดันหาทางไปอีกฝากนึงของสะพานไม่ถูก

จนพระมาพอดีครับ เลยขอแวะถ่ายรูปก่อน

 

ชาวมอญเกือบทุกคน เท่าที่ผมสังเกตจะก้มลงกราบพระก่อนใส่บาตรทุกครั้ง 

และเวลาตักบาตรจะใส่แต่ข้าวสวย 

   

 

 มื้อเช้าของวันนี้ครับ

โจ้กหมู

 

ก๊วยจั๊บ  อร่อยใช้ได้เลยครับ

 

แล้วก็มีขนมแปลกๆให้ลองทานครับ เค้าจะหาบเร่แบกขึ้นหัวเดินขาย น่าจะเป็นขนมอินเดียนะ

ชื่อว่า อาลู โจ (มั้งนะครับ เพราะผมยื่นถามเค้า เค้าก็ตอบกลับมาว่างั้น  )

 มีแบบที่เป็นถั่วเหลืองทอด กับอีกอันสามเหลี่ยม รสชาติคล้ายกระหรี่ปั๊ปอร่อยดีครับ

 

 

 

 หลังจากนั้นก็มาที่เจดีย์พุทธคยา (จาก entry ที่แล้วจะเห็นแค่ยอดเจดีย์ )

 
เจดีย์พุทธคยามีลักษณะฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสตุ สร้างขึ้นโดย  หลวงพ่ออุตตามะ โดย จำลองขึ้น เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธากระดูกนิ้วหัวแม่มือขวาของพระพุทธเจ้า ที่ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร ไว้เป็นที่สักการะของพุทธศาสนิกชน

 

 

 

 

หลังจากนั้นก็มายังวัดวิเวก์วังการามใหม่ โชคดีมากเลยครับที่วันนี้มีงานบุญ

เพราะครบรอบของหลวงพ่ออุตตมะจึงมีร้านค้า หรือชาวบ้านที่พอมีกำลัง

ทำกับข้าว น้ำ ขนมมาแจกจ่ายผู้ร่วมงาน

 

งานนี้ผมเลยได้ชิมอาหารพื้นเมืองฟรีๆกันเลยครับ

 

แก๊งสาวกระโปรงแดง 

 

โรตีมอญ จะเป็นแป้งคล้ายแป้งโรตีที่เรากินกัน ไส้จะเป็นถั่วเหลือง กับหอมแดงครับ



ผมจำชื่อไม่ได้ เรียกว่า ข้าวซอยมอญ ละกันแต่เส้นเหมือนสปาเก็ตตี้เลยครับ

ชอบอันนี้มากเลยครับ เห็นแล้วอยากกินอีกง่าาา


ขนมจีนน้ำยามอญ รสชาติคล้ายๆขนมจีนน้ำยา แต่จะมีรสเปรี้ยวมากกว่า

 

มีอีกเยอะเลยครับแต่บางอันก็เคยๆกินกันอยู่แล้วเลยไม่ได้ถ่ายรูปมา

 

ที่จริงได้ไปน้ำพุร้อนหินดาด น้ำตกไทรโยคใหญ่ และกองถ่ายภาพยนตร์นเรศวรมหาราช

ครับ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะเมมหมดซะแล้ว

 

ทริปนี้จึงขอจบลงเพียงเท่านี้ครับ  ขอบคุณที่แวะเข้ามาดูนะคร้าบบ

 

edit @ 24 Oct 2009 19:58:26 by dragonboy

มอญซ่อนผ้า 1

posted on 23 Oct 2009 19:56 by cha-i-ro  in B-trip

 

ชะแว่บบ ห่างหายจากการอัพบล๊อกตัวเองไปนานแสนนาน

ว่างๆว่าจะสังคยณา บล๊อกซะใหม่ แต่ตอนนี้เริ่มที่ entry นี้ดีกว่า

 

เมื่อเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาศไปเที่ยวจ.กาญจนบุรีกับครอบครัว

เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่ อ.สังขละบุรี

 

ออกเดินทางกันเลยครับ

 

 

ที่แรกที่มาถึงคือ น้ำตกไทรโยคน้อย จะอยู่ริมถนนสาย กาญจนบุรี - ไทรโยค - ทองผาภูมิ

 

น้ำตกไทรโยคน้อยหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกเขาพัง เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาช้านาน

เหตุที่ได้ชื่อว่าน้ำตกเขาพัง เพราะเกิดบนหน้าผาหินปูนที่พังทลายลงมา

จนเกิดโขดหินปูนลดหลั่นกันอยู่ตรงบริเวณเชิงเขา ต้นกำเนิดเป็นน้ำผุดจากภูเขาแล้ว

ไหลมาตามลำธารเล็กๆ ไหลตกลงที่ผาหินปูนที่มีความสูง ประมาณ 15 เมตร

แผ่กระจายไปตามพื้นเขาลาดเอียง

 ข้อมูล จาก http://www.paiteaw.com/provinces/kanchanaburi/guide/4/

 

 

     

 

 

อาจจะเพราะหน้าฝนจึงทำให้น้ำตกสวยมากเลยครับ 

ที่ต่อมาคือ พิพิธภัณฑ์ช่องเขาขาด

 

ช่องเขาขาดเป็นเส้นทางรถไฟสายไทย-พม่า ที่ญี่ปุ่นต้องการสร้างผ่าน สร้างโดยเชลยศึก

ชาวออสเตรเลีย และเชลยศึกฝ่ายพันธมิตร มีเชลยบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากจาก

การสร้างเส้นทางรถไฟสายนี้ จึงได้ชื่อว่าเส้นทางรถไฟสายมรณะนั้นเอง

 

    

 

หลังจากนั้นเราก็มาน้ำตกอีกแล้ว (จ.กาญฯ น้ำตกเยอะมากจริงๆ )

น้ำตกเกริงกระเวีย เป็นน้ำตกหินปูนขนาดเล็กสูงแค่ 5 เมตรเอง แต่เป็นแนวยาว

อยู่เลย อ.ทองผาภูมิไปทาง อ.สังขละบุรี

 

มีดอกดาหลาขึ้นริมน้ำด้วย สวยมากเลยครับ

 

และแล้วก็มาถึงจุดหมายปลายทางของทริปนี้

" สะพานมอญ "

 



 สะพานนี้มีชื่อเป็นทางการว่า "สะพานอุตตมานุสรณ์ "เพราะหลวงพ่ออุตตมะ ให้สร้างโดย

ใช้แรงงานชาวมอญ  รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้ ต้องเดินเท่านั้น โดยจะเดินข้ามผ่านแม่น้ำซองกาเรีย

ไปยังชุมชนชาวมอญ สะพานนี้เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวถึง 850 เมตร

บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่จะมองเห็นแม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกันคือ แม่น้ำซองกาเรีย บีคลี่ และรันตี

ไหลมารวมกันเรียกว่า "สามประสบ"

 ข้อมูล โดย http://www.moohin.com/021/021k901.shtml






 หลังจากเก็บของเข้าที่พัก ระหว่างที่รอขึ้นเรือไปเมืองบาดาลตอนช่วงเย็น จึงได้ไป

ด่านเจดีย์สามองค์  ซึ่งเป็นเป็นเขตสุดแดนตะวันตกของประเทศไทย

 

ระหว่างทางผมได้พบกับพระพุทธรูป น่าจะเป็นพระพุทธรูปแบบมอญ

มีความต่างจากพระพุทธรูปบ้านเราตรงที่ จีวรนั้นจะทำเป็นรอยหยับคลื่นๆ

และสัดส่วนจะผิดปกติ หัวเล็ก มือใหญ่ หูยาว แปลกตาดีเหมือนกันครับ

 

 

ถึงเวลาที่นัดเรือแล้ว มานั่งเรือชมวิวกันดีกว่าครับ

 ดูสะพานมอญกันชัดๆดีกว่า

 

ที่เห็นยอดเจดีย์อยู่นั้น เจดีย์พุทธคยา (entry จะพาไปชม )

 

 

ภาพที่เห็นสีเหลืองๆทองๆนี้คือยอดโบสถ์วัดวังก์วิเวการามเก่า ซึ่งแต่เดิมทีที่แห่งนี้เป็นชุมชนมอญเก่า

แต่มีการสร้างเขื่อน จึงทำให้มีน้ำท่วมบริเวณนี้ จึงเรียกว่า " เมืองบาดาล " ซึ่งจมอยู่ในน้ำนานกว่า 30 ปีแล้ว

ซึ่งจะเห็นโบสถ์ได้ก็ต่อเมื่อเดือนมีนา-เมษาเท่านั้น เพราะทางเขื่อนจะปล่อยน้ำลง

(ถ้ามีโอกาสอาจจะแวะมาตอนหน้าร้อนอีกที)

 

 

 

 เก็บตก ภาพ หมาแพนดี้ กำลังงีบอยู่ครับ

 

ขอจบ entry นี้ไว้ก่อน เริ่มจะยาวเกินไปแล้ว ต่อ entry หน้าครับ